เมนูหลัก

ฝากร้าน

ดีปลี

l07
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ชื่อวิทยาศาสตร์  : Piper retrofracnon Vahl.
วงศ์  : Piperaceae
ชื่อท้องถิ่น  : ดีปลีเชือก (ภาคใต้ ) ประดงข้อ ปานนุ (ภาคกลาง)
ลักษณะของพืช  : ดีปลีเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง  ใบรูปไข่  โคนมน  ปลายแหลม เป็นพืชใบเดี่ยว คลายใบย่านางแต่ผิวใบมันกว่า  และบางกว่าเล็กน้อย ดอกเป็นรูปทรงกระบอกปลายมน  เมื่อแก่จะมีผลเป็นสีแดง
การปลูก  : นิยมปลูกโดยการใช้เถา  ชอบดินร่วนและอุดมสมบูรณ์  ทนแล้วได้ดีฤดูที่เหมาะสมในการปลูกก็คือฤดูฝน  เวลาปลูกใช้เถาที่ชำจนรากงอกแล้วปลูก  ทำเสาให้เลื้อย  ควรดูแลเรื่องน้ำและศัตรูพืชด้วย  ดีปลีเป็นสมุนไพรที่ใช้มากในอุตสาหกรรม  ยาแผนโบราณประมาณ 5,000-7,000 กิโลกรัม/ปี ปลูกได้ดีในภาคกลางของประเทศไทย นับว่าเป็นพืชสมุนไพรตัวหนึ่งที่มีอยู่ในแผนพัฒนาเพื่อส่งเป็นสินค้าส่งออก
ส่วนที่ใช้เป็นยา  : ผลแก่แห้ง
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา  : ช่วงที่ผลแ่ก่จัดแต่ยังไม่สุก  ตากแดดให้แห้ง
รสและสรรพคุณยาไทย  : รสเผ็ดร้อน  ขม ขับลม  บำรุงธาตุ  แก้จุกเสียด
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์  : ดีปลีแห้งประกอบด้วย  " อัลคาลอยด์ " ชื่อว่า Piperine ประมาณ 4-6% chavicine. น้ำมันระเหยหอม 1%
ตามรายงานการศึกษาวิจัยพบว่า  ดีปลีใช้ประกอบตำรับยาที่ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร  ท้องอืดเฟ้อ  ธาตุไม่ปกติ ทั้งนี้เพราะดีปลีมีน้ำมันหอมระเหย
วิธีใช้  : ผลแ่ก่แห้งของดีปลี  ใช้เป็นยารักษาอาการดังนี้
อาการท้องอืด  ท้องเฟ้อ  และอาการปวดท้อง รวมทั้งแก้อาการคลื่นไส้ อาเจียนที่เกิดจากธาตุไม่ปกติ  โดยการใช้ผลแก่แห้ง  1 กำมือ  (ประมาณ 10-15 ดอก) ต้มเอาน้ำมาดื่ม  ถ้าไม่มีดอกก็ใช้เถาต้มแทนได้  อาการไอและขับเสมหะ  ใช้ผลแก่แห้งประมาณครึ่งผลฝนกับน้ำมะนาวผสมเกลือกวาดในลำคอหรือจิบบ่อยๆ
คุณค่าทางด้านอาหาร  : ผลดีปลีแห้งใช้เป็นเครื่องเทศประกอบอาหารต่างๆ
ได้


ที่มา : รักษาโรค ด้วยสมุนไพร " ยุวดี  จอมพิทักษ์ "