เมนูหลัก

ฝากร้าน

ฝรั่ง

l09
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ชื่อวิทยาศาสตร์  : Psidium guajava Linn.
วงศ์  : Myrtaceae
ชื่อท้องถิ่น  : มะมั่น  มะก้วยกา (ภาคเหนือ)  บักสีดา (ภาคอีสาน) ย่าหมู ยามู (ภาคใต้)  มะปุ่น (ตาก สุโขทัย) มะแกว (แพร่)
ลักษณะของพืช  : ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก กิ่งอ่อน จะเป็นสี่เหลี่ยม ยอดอ่อนมีขนอ่อนสั้นๆ ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงกันข้าม สีเขียว  รูปใบรี ปลายใบมนหรือมีติ่งแหลม โคนใบมน ออกดอกเป็นช่อ ช่อละ 2-3 ดอก ดอกย่อยมีสีขาว มีเกสรตัวผู้มากเป็นฝอย ผลดิบมีสีเขียวใบไม้ เมื่อสุกจะเป็นสีเขียวอ่อนปนเหลืองเนื้อในมีสีขาว  มีกลิ่นเฉพาะ มีเมล็ดมาก
การปลูก  : นิยมขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง  ฝรั่งชอบดินร่วนปนทราย  อุดมด้วยธาตุอาหาร ไม่ชอบมีน้ำขังเฉพาะ  ไม่ชอบอากาศเย็นจัด  ควรปลูกในฤดูฝน วิธีปลูกโดยการขุดหลุม ใส่ปุ๋ยรองก้นหลุมเอาไว้  เอากิ่งตอนลงปลูก  รดน้ำ ดูแลวัชพืชให้ดีด้วย
ส่วนที่ใช้เป็นยา  : ใบแก่สดหรือผลอ่อน
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา  : เก็บใบในช่วงที่แก่เต็มที่  หรือผลในขณะที่ยังอ่อน
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์  : ใบฝรั่งมีน้ำมันหอมระเหย  Eugenol. Tannin รวม 8-10%  และอื่นๆ ส่วนผลดิบอยู่ก็มี " แทนนิน " วิตามิน ซี " แคลเซียม ออกซาเลท " และอื่นๆ สารแทนนินที่มีอยู่ทำให้ใบและผลดิบของฝรั่งมีฤทธิ์ฝาดสมาน ใช้รักษาอาการท้องเสีย และสารสกัดด้วยน้ำจากใบยังออกฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองอีกด้วย
วิธีใช้  : ผลอ่อนและใบแก่ของฝรั่งแก้ท้องเสียได้ดี  แก้อาการท้องเดิน ซึ่งเป็นยาแก้อาการท้องเดินแบบไม่รุนแรง ที่ไม่ใช่เกิดจากเชื้อบิดหรืออหิวาตกโรค  โดยใช้ใบแก่ 10-15 ใบ  ปิ้งไฟแล้วชงน้ำร้อนดื่ม  หรือให้ใช้ผลอ่อนๆ 1 ผล ฝนกับน้ำปูนใส  ดื่มเมื่อมีอาการท้องเสีย
คุณค่าด้านอาหาร  : ผลฝรั่งแก่จัดหรือสุกแล้วเป็นผลไม้ที่ดีมาก  ฝรั่งมีหลายพันธุ์ทีเดียว แต่ละพันธุ์มีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เนื้อของฝรั่งมีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันและบรรเทาโรคเลือดออกตามไรฟัน หรือโรคลักปิดลักเปิด ได้ดี นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ มีเหล็ก แคลเซียมและเกลือแร่อื่นๆ  อีก
ฝรั่งมีฤทธิ์ดับกลิ่นปากได้ดีเยี่ยมตามที่เราท่านทราบกันดีอยู่แล้ว เช่น เคี้ยวใบฝรั่งสักใบเดียวในปากก็ดับกลิ่นปากได้อย่างวิเศษมาก  ว่ากันว่าเอาลูกฝรั่งสุกๆ วางไว้ในโลงศพยังสามารถดับกลิ่นเหม็นเน่าของศพได้ดีมาก



ที่มา  : รักษาโรค ด้วยสมุนไพร " ยุวดี  จอมพิทักษ์ "