เมนูหลัก

ฝากร้าน

พญายอ


l10

ชื่อทางวิทยาศาสตร์   : Clinacanthus nutans (Burm. f.) Lindau.
วงศ์  : Acanthaceae
ชื่อท้องถิ่น  : ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด (เชียงใหม่) หญ้าปล้องดำ (ลำปาง) เสลดพังพอนตัวเมีย พญาปล้องทอง (ภาคกลาง) ลิ้นมังกร โพะโซ่จาง  (กะเหรี่ยง)
ลักษณะของพืช  : พญายอเป็นพืชไม้พุ่มแกมเลื้อย เถาและใบมีสีเขียวใบไม้ ไม่มีหนาม ใบยาวเรียว ปลายแหลม  ออกตรงขามกันเป็นคู่ ดอกออกเป็นช่ออยู่ที่ปลายกิ่ง  แต่ละช่อมี 3-6 ดอก กลีบดอกเป็นดอก ปลายแยกสีแดงอมส้ม
การปลูก  : ปลูกโดยใช้ลำต้นปักชำ เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย  ตัดกิ่งออกมาสัก 2-3 คืบ ปักชำให้ออกรากดีแล้วย้ายปลูกในแปลง  ดูแลรักษาเช่นเดียวกับพืชทั่วไป
ส่วนที่ใช้เป็นยา  : ใบ
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา  : เก็บใบขนาดกลางที่สมบูรณ์ ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป
รสและสรรพคุณยาไทย  : รสจืด
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์  : จากการรายงานในขั้นต้นพบว่า ใบของพญายอสามารถลดอาการอักเสบของหนูได้ดี โดยเฉพาะส่วนที่สกัดด้วยสารละลาย " บิวทานอล "
วงศ์สถิต  ฉั่วกุล และคณะได้ศึกษาพบว่าสารสำคัญตัวหนึ่งเป็น " เฟลโวนนอยด์ " ส่วนฤทธิ์ในการต้านพิษงูไม่ชัดเจน  และปลอดภัยพอที่จะใช้ได้  ขณะนี้กำลังศึกษาเพิ่มเติมต่อไป  ซึ่งอาจจะพบทราบผลดีแล้วในปัจจุบัน
วิธีใช้  : ใบพญายอนี้  รักษาอาการอักเสบเฉพาะที่  (ปวด บวม แดง ร้อน แต่ไม่มีไข้) จากแมลงมีพิษกัดต่อย  เช่น ตะขาบ แมงป่อง ผึ้งต่อย  ต่อ แตน ต่อยโดยการใบสดของพญายอนี้มาสัก 10-15 ใบ (มากน้อยตามบริเวณที่เป็น)  จัดการล้างให้สะอาด  ใส่ลงในครกตำยา  ตำให้ละเอียด  เติมเหล้าขาวพอชุ่มยา  ใช้น้ำและกากทาพอกบริเวณที่เจ็บบวม  หรือที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อยเอา ไม่มี่ยาอย่างอื่นโปรดลองใช้สมุนไพรตัวนี้ก็ได้ผลทีเดียว



ที่มา  : รักษาโรค ด้วยสมุนไพร " ยุวดี  จอมพิทักษ์ "