เมนูหลัก

ฝากร้าน

มะขามแขก

l13
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ชื่อวิทยาศาสตร์  : Cassia angustifolia Vahl.
วงศ์  : Caesalpiniaceae
ชื่อท้องถิ่น  : ไม่ปรากฎ
ลักษณะของพืช  : มะขามแขกเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ทรงพุ่ม ใบคล้ายกับมะขามไทย แต่ยาวและปลายใบแหลมกว่า ดอกเป็นช่อสีเหลือง ฝักคล้ายกับฝักถั่วลันเตา  แต่ป้อมและแบนกว่า
การปลูก  : ต้องใช้เมล็ดปลูก มะขามเทศเป็นพืชที่ทนความแห้งแล้ง ได้ดีมาก และเป็นพืชที่มีอายุสั้นเพียง 1-2 ปี เท่านั้น จำเป็นต้องปลูกขึ้นใหม่ทดแทนต้นเก่า  วิธีปลูกให้หย่อนเมล็ดลงไปในหลุมเลย หรือเพาะเมล็ดเป็นต้นกล้า ก่อนแล้วค่อยย้าย ไปปลูกในหลุมก็ได้  ในระยะแรกจะต้องคอยดูแลเอาใจใส่ให้ดี รดน้ำให้ทุกวัน ปรากฎว่ารัฐาลให้ความสนใจ ต้นมะขามแขกว่าเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง  ปัจจุบัน มีการปลูกกันมากขึ้น เช่นที่ลพบุรี และสระบุรี สามารถส่งออกไปขายยังประเทศเยอรมันตะวันตก ได้รวามทั้งที่อื่นๆ อีก องค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข กำลังผลิต " ยาชงมะขามแขก "  แก้ท้องผูกออกจำหน่ายแล้ว  ในอนาคตน่าจะมีการปรุงยาที่มีมะขามแขกให้ดียิ่งขึ้นได้
ส่วนที่ใช้เป็นยา  : ใบแห้งและฝักแห้ง
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา  : เริ่มเก็บใบได้ในช่วงอายุ 1 เดือนครึ่ง หรือก่อนออกดอก
รสและสรรพคุณยาไทย  : ใบและฝักใช้เป็นยาถ่าย
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์  : สารประกอบทางเคมีที่สำคัญในใบและฝักมะขามแขกนั้น คือ " แอนทราควิโนน " มะขามแขกเป็นยาถ่ายที่มีประวัตินานเกือบ 100 ปี สาร " แอนทราควิโนน " นี้ จะออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ใหญ่ให้ถ่ายท้องได้ ในการศึกษาค้นพบว่า การใช้มะขามแขกนานๆ จะทำให้เกิดการขาดสารโปแตสเซียมได้ด้วย ถ้าจำเป็นจะต้องใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานควรรับประทานโปแตสเซียมด้วยควบคู่กันไป กองวิจัยทางแพทย์  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายงานว่าไม่มีพิษเฉียบพลัน
วิธีใช้  : มะขามแขกเป็นยาถ่ายที่ดี ใช้รักษาอาการท้องผูกได้ โดยใช้ใบแห้ง 1-2 กำมือ (หนัก 3-10 กรัม) ต้มกับน้ำดื่มหรือใช้วิธีบดเป็นผงชงน้ำดื่มก็ได้ หรือจะใช้ฝัก 4-5 ฝัก ต้มกับน้ำดื่ม บางรายดื่มแล้วเกิดอาการ ไช้ท้อง แก้ไขด้วยการใช้กับยาขับลมจำนวนเล็กน้อย เช่น กระวาน กานพลู เป็นต้น มะขามแขกเหมาะกับคนแก่ที่มีอาการท้องผูกเป็นประจำ แต่ก็ควรใช้เป็นครั้งคราว หญิงมีครรภ์ หรือมีประจำเดือน ห้ามรับประทาน



ที่มา : รักษาโรค ด้วยสมุนไพร  " ยุวดี  จอมพิทักษ์ "