เมนูหลัก

ฝากร้าน

ยอ

l17
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ชื่อวิทยาศาสตร์  : Morinda citrfolia  Linn.
วงศ์  : Rubiaceae
ชื่อท้องถิ่น  : ยอบ้าน (ภาคกลาง) มะตาเสือ (ภาคเหนือ)
ลักษณะของพืช  : ต้นยอเป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบใหญ่หนาสีเขียวสด ดอกเล็กสีขาว เป็นกระจุก ผลกลมยาวรี มีตาเป็นปุ่มโดยรอบผล ลูกอ่อนสีเขียวสด เปลี่ยนเป็นสีนวลเมื่อสุก  มีกลิ่นฉุน
การปลูก  : ปลูกโดยการใช้เมล็ด ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด เจริญเติบโตได้ดีในดินชุ่มชื้น  มักปลูกกันในต้นฤดูฝน วิธีปลูกจะปลูกลงหลุมเลย หรือเฉพาะกล้าก่อนแล้วค่อยนำไปปลูกในที่เตรียมไว้ก็ได้
ส่วนที่ใช้เป็นยา  : ผลดิบหรือผลห่ามสด
รสและสรรพคุณยาไทย  : รสขมเล็กน้อย ผลยอแก้อาเจียน ขับลม และบำรุงธาตุได้ด้วย
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์  : ผลยอมีสารเคมี  Asperuloside. caproic  acid. caprylic acid และ glucose แต่ไม่มีรายงานด้านเภสัชวิทยาและด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง
วิธีใช้  : ในตำราแพทย์แผนโบราณกล่าวเอาไว้ว่า  ใช้ผลยอ สดหั่นเอาไปปิ้งไฟพอเหลืองกรอบ ต้มเอาน้ำเป็นกระสายยาใช้ร่วมกับยาอื่น แก้คลื่นไส้ อาเจียนได้ผลดีมาก ในการทดลองพบว่า  ใบยอไม่มีพิษเฉียบพลัน  ใช้เป็นอาหาร ก็ได้ จึงใช้เป็นยาแก้อาเจียนได้ เลือกเอาผลดิบหรือผลห่ามสดฝานเป็นชิ้นบางๆ ย่างหรือคั่วไฟอ่อนๆ ให้เหลืองกรอบ ต้มหรือชงน้ำดื่ม  ใช้ครั้งละประมาณ 2 กำมือ  (10-15 กรัม) เอาน้ำที่ได้มาจิบทีละน้อย จิบบ่อยๆ จะไ้ด้ผลดีกว่าการดื่ม
คุณค่าทางอาหาร  : ใบยอและลูกยอใช้เป็นผักได้ ใบยอเป็นผักเก่าแก่ที่ใช้ เป็นผัก รองกระทงห่อหมก ทางภาคใต้นิยมใช้ใบยออ่อนๆ ซอยเป็นฝอย แกงเผ็ด กับปลา ใส่ขมิ้น ได้แกงรสชาติแปลก และอร่อย ในใบยอมีสารอาหารหลายอย่าง ประกอบด้วยแคลเซียมมาก นอกจากนั้นก็มีเกลือแร่ วิตามินต่างๆ อีกไม่น้อย รวมทั้งกากและเส้นใยอาหาร
ผลยอใช้ทำส้มตำแทนมะละกอก็ได้ อร่อยด้วย แต่ลูกยอมีสารอาหารน้อยกว่าใบยอ  นอกจากนี้รายต้นยอเมื่ออายุ 3-4 ปี ใช้เป็นสีย้อมผ้าก็ได้ด้วย เปลือกรากจะให้สีแดง ส่วนเนื้อในเปลือกจะให้สีเหลือง ย้อมผ้าฝ้ายและผ้าไหมให้สีดีคงทน เหมือนกัน



ที่มา  : รักษาโรค ด้วยสมุนไพร  " ยุวดี จอมพิทักษ์ "