เมนูหลัก

ฝากร้าน

ว่านหางจระเข้

l22
ว่านหางจระเข้

ชื่อวิทยาศาสตร์  : Aloe barbadensis Mill.
วงศ์  : Liliaceae
ชื่อท้องถิ่น  : ว่านไฟไหม้ (ภาคเหนือ  ภาคอีสาน) หางตะเข้ (ภาคกลาง)
การปลูก  : ว่านหางจระเข้ปลูกง่าย  โดยการใช้หน่ออ่อน ปลูกได้ดีในบริเวณทะเลที่เป็นดินทราย และมีปุ๋ยอุดมสมบูรณ์ดี  จะปลูกเอาไว้ในกระถางก็ได้ ในแปลงปลูกก็ได้ ปลูกห่างกันสัก 1-2 ศอก เป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก แต่ต้องมีการระบายน้ำดีพอ มิฉะนั้นจะทำให้ รากเน่าและตาย ว่านหางจระเข้ชอบแดดรำไร ถ้าถูกแดดจัดใบจะเป็นสีน้ำตาลแดง
ส่วนที่ใช้เป็นยา  : วุ้นจากใบ
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา  : เก็บในช่วงอายุ 1 ปี
รสและสรรคุณยาไทย  : รสจืดเย็น โบราณใช้ทาปูนแดงปิดขมับใช้แก้ปวดศรีษะได้
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์  : วุ้นในใบว่านหางจระเข้มีสารเคมีอยู่หลายชนิด เช่น Aloe-cmodin. Aloesin. Aloin.  สารประเภท glycoprotein  และอื่นๆ อีกมากมาย  ยางที่อยู่ในใบว่าน มีสาร anthraquinone ที่มีฤทธิ์ขับถ่ายด้วย ใช้ทำเป็นยาดำ มีการศึกษาวิจัยรายงานว่า วุ้นหรือน้ำเมือกของว่านหางจระเข้ รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลเรื้อรัง และแผลในกระเพาะอาหารได้ดี เพราะวุ้นใบมีสรรคุณรักษาแผลต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยสมานแผลได้ด้วย
ในประเทศไทย  ว่านหางจระเข้กำลังได้รับความนิยมมาก หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสนใจ และพัฒนารูปแบบเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทั้งทางด้านยา และเครื่องสำอาง แชมพูสระผม หน่วยงานด้านสาธารณะสุขของรัฐคือ โรงพยาบาล  ชุมชน
และสถานีอนามัยหลายแห่งได้ใช้ว่านหางจระเข้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลไหม้จากท่อไอเสียของรถยนต์  รถมอเตอร์ไซด์ได้ผลดี
วิธีใช้  : วุ้นจากใบรักษาแผลไฟไหม้  น้ำร้อนลวก โดยเลือกใบว่านที่อยู่ในส่วนล่างของลำต้นเพราะใบใหญ่ ได้วุ้นมาก ปอกเปลือกสีเขียวด้วยมีดที่สะอาดล้างยางออกให้สะอาด ด้วยน้ำต้มสุกหรือน้ำ่ด่างทับทิม  ขูดเอาวุ้นใสมาพอกบริเวณแผล ทา 2 ครั้ง เช้า เย็น จนกว่าแผลจะหาย  ช่วยระงับความเจ็บปวด ช่วยให้แผลหายเร็วและไม่เกิดแผลเป็น  วุ้นว่านหางจระเข้ยังใช้ทารักษาผิวไฟไหม้ที่เกิดจากแสงแดดเผาก็ได้อีกด้วย แต่ข้อควรระวังควรทดสอบดูว่าแพ้ว่านหรือไม่  โดยการวุ้นมาทาบริเวณท้องแขนด้านใน ถ้าผิวไม่คันหรือแดงก็ใช้ได้


ที่มา : รักษาโรค ด้วยสมุนไพร  " ยุวดี  จอมพิทักษ์ "