เมนูหลัก

ฝากร้าน

ไพล

k02
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ชื่อวิทยาศาสตร์  : Zingiber  cassumunar Roxb.
วงศ์  : Zingiberaceae
ชื่อท้องถิ่น  : ปูลอย ปูเลย (ภาคเหนือ) ว่านไฟ (ภาคกลาง) มิ้นสะล่าง (เงี้ยว - แม่ฮ่องสอน)
ลักษณะของพืช  : ไพลเป็นพืชลงหัว มีเหง้าใหญ่ เนื้อในสีเหลือง มีกลิ่นหอม ใบเรียวยาว ปลายแหลม ดอกออกรวมกันเป็นช่ออยู่บนก้านช่อดอกที่แทงจากเหง้า
การปลูก  : ใช้เหง้าปลูก ชอบดินเหนียวปนทราย ระบายน้ำได้ดี มีแสงแดดพอควร จะปลูกเป็นแปลง หรือปลูกเป็นกอก็ได้ วิธีปลูกทำไดุ้ขุดเหง้าจากกอเดิม ตัดลำต้นทิ้ง และนำเอาไปปลูกลงหลุมที่เตรียมเอาไว้  ดูแลรดน้ำโดยใ้ห้ความชุ่มชื้นและระวังเรื่องวัชพืช ให้ดีด้วย
ส่วนที่ใช้เป็นยา  : เหง้าแก่จัด
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา  : เก็บเหง้าแก่จัด หลังจากต้นไพลลงหัวแล้ว
รสและสรรพคุณยาไทย  : สรรพคุณแก้ฟกช้ำ  บวม เคล็ด ยอก ขับลม ท้องเดิน ช่วยขับระดู หรือประจำเดือนสตรีได้ นิยมใช้เป็นยาหลังคลอดบุตรกันมาก ในชนบท
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์  : เหง้าไพลมีน้ำมันหอมระเหย (Essential oli) ร้อยละ 0.8 และมีสารที่ให้สีชื่อ Curcumin ฯลฯ  จากการทดลองพบว่า มีฤทธิ์ลดการอักเสบ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  มีการค้นคว้าสารสำคัญที่มีสรรพคุณแก้หอบหืด และมีการวิจัยทางคลีนิค โดยใช้ไพลรักษาโรคหืดในเด็กอีกด้วย และจากการรายงานด้านความเป็นพิษ พบว่า ไพลเป็นพืชสมุนไพรที่ไม่มีพิษเฉียบพลัน
สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาครีมที่ได้มาจากน้ำมันไพลใช้ชื่อว่า
" ครีมไพลจีซาล " รักษาอาการปวดเมื่อย ฟกช้ำ จากผลเบื้องต้นที่นำมาใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการช้ำบวม เคล็ดขัดยอก ปวดเมื่อย ปรากฎว่าได้ผลดี และกำลังพัฒนาเป็น อุตสาหกรรมเพื่อการพึ่งตนเองภายในประเทศต่อไปด้วย
วิธีใช้  : เหง้าไพลใช้เป็นยารักษาอาการเคล็ดขัด ยอก ฟกช้ำ โดยใช้เหง้าไพล  1 เหง้า ตำแล้วคั้นเอาน้ำมาทาถูนวดบริเวณ ที่เกิดมีอาการ หรือตำให้ละเอียดผสมเกลือเล็กน้อย คลุกเข้าด้วยกัน แล้วนำเอามาห่อเป็นลูกประคบ อังไอน้ำให้เกิดความร้อนขึ้นมา ประคบบริเวณที่ปวดเมื่อยและฟกช้ำ เช้า-เย็น จนกว่าจะหาย
จะทำเป็น้ำมันไพลเอาไว้ใช้ก็ได้  โดยเอาไพลหนัก 2 กิโลกรัม  ทอดในน้ำมันพืช ร้อย 1 กิโลกรัม ทอดจนเหลืองแล้วเอาไพลออก ใส่กานพลูผงประมาณ 4 ช้อนชา ทอดต่อด้วยไฟอ่อนๆ อีกประมาณ 10 นาที กรองแล้วรอให้น้ำมันอุ่นๆ ใส่การบูรลงไป สัก 4 ช้อนชา  ใส่เอาไว้ในภาชนะ ที่ปิดฝามิดชิด รอจนเย็นจึงเขย่าการบูรให้ละลายน้ำมันไพลนี้ใช้ทาถูนวด 2 ครั้ง เช้า-เย็น  หรือทานวดเวลาปวด (สูตรนี้เป็นของนายวิบูลย์ เข็มเฉลิม อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา)  น่าเอาไปใช้กันดู เพราะทำไม่ยาก ไม่ต้องไปเสียเงินทองซื้อยาราคาแพงๆ



ที่มา  : รักษาโรค ด้วยสมุนไพร  " ยุวดี จอมพิทักษ์ "