เมนูหลัก

ฝากร้าน

กระทือ

k13 k14
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ชื่อวิทยาศาสตร์  : Zingber  zerumber (L.)  Smith
วงศ์  : Zingiberaceae
ชื่อท้องถิ่น  : กระทือป่า  กะแวน  กะแอน  แฮวดำ  (ภาคเหนือ)  เฮียวแดง (แม่ฮ่องสอน) 
ลักษณะของพืช  : กระทือเป็นพืชที่พบได้ตามบ้านในชนบททั่วไป  เป็นพืชล้มลุกฤดูแล้งจะลงหัว  เมื่อถึงฤดูฝนจะงอกขึ้นมาใหม่  หัวมีขนาดใหญ่  เนื้อในสีเหลืองอ่อน  กลิ่นหอม  ต้นสูง 3-6 ศอก ใบยาวเรียว  ออกตรงข้ามกัน ดอกเป็นช่อกลม  อัดกันแน่นสีแดง  และแทรกด้วยดอกสีเหลืองเล็กๆ
การปลูก  : ใช้หัวหรือเหง้าปลูกได้ทั่วไป  ชอบดินร่วนซุยและมีความชุมชื้น  มีการระบายน้ำได้ดี  ปลูกได้ทุกฤดูกาล  เวลาปลูกใช้วิธีแยกเหง้าจากกอแม่และตัดใบที่ติดมาทิ้งไป เพื่อลดการสูญเสียน้ำ  ปลูกลงดินไม่ต้องลึกมากนักคอยดูแลให้ความชุ่มชื้นอยู่เสมอ
ส่วนที่ใช้เป็นยา  : หัวหรือเหง้าสด
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา  : ช่วงฤดูแล้ง
รสและสรรพคุณยาไทย  : รสขมและขื่นเล็กน้อย  ขับลม  แก้ปวดมวนแน่นท้อง แก้บิด บำรุงน้ำนม
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์  : หัวกระทือประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) ซึ่งประกอบด้วยสาร  Methyl-gingerol.  Zingerone.  Citral  เป็นต้น  น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิขับลมได้  กองวิจัยทางแพทย์  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  มีรายงานว่า  ไม่มีพิษเฉียบพลันในหนูถีบจักร
วิธีใช้  : หัวกระทือเป็นยารักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ  แน่นจุกเสียดและปวดท้อง โดยใช้หัวหรือเหง้าสด  ขนาดเท่าหัวแม่มือ  2 หัว  (ประมาณ  20 กรัม)  ย่างไฟพอสุก เอามาโขลกกับน้ำปูนใส  คั้นเอาน้ำมาดื่มเวลาที่มีอาการ
คุณค่าทางด้านอาหาร  : บางท้องถิ่นเอาหัวกระทือมาประกอบอาหารทั้งๆ  ที่เนื้อในมีรสขมและขื่นเล็กน้อย  บางทีจะต้องเอามาหั่นขยำกับน้ำนานๆ  แต่ก็ไม่ค่อยนิยมรับประทานเป็นอาหารนัก  ส่วนอาหารต่างๆ  นั้นมีไม่มาก.


ที่มา  : รักษาโรค ด้วยสมุนไพร  " ยุวดี  จอมพิทักษ์ "